งานแสดงเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกกำลังจะกลับมาแล้ว!

ชุดหูฟัง VR

แหล่งที่มา: Stephan Sorkin on Unsplash

E3 (Electronic Entertainment Expo) หรือก็คืองานจัดแสดงความบันเทิงด้านอิเล็กทรอนิกส์ เป็นงานนำเสนอและสัมมนาถึงเกมใหม่ๆ หรือเกมที่กำลังพัฒนาอยู่ของบริษัทผู้พัฒนาและจัดจำหน่ายเกมยักษ์ใหญ่ค่ายต่างๆ ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกในวันที่ 11 พฤษภาคม ค.ศ. 1995 ณ ศูนย์การประชุมกรุงลอสแอนเจลิส (Los Angeles Convention Center) และจัดที่ศูนย์ประชุมดังกล่าวต่อเนื่องทุกปีมายาวนาน จนกระทั่งปีที่แล้วต้องงดไปเพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มาดิสรัปต์โลกใบนี้เสียยิ่งกว่าเทคโนโลยีใดๆ

และในปี ค.ศ. 2021 นี้ ปีที่ศตววรษที่ยี่สิบเอ็ดกัดกินเวลาไปแล้วถึงหนึ่งในห้า และปีที่เวลาของทุกสิ่งดูเหมือนจะยังหยุดนิ่งด้วยการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 คาสิโนออนไลน์ JackpotCity Casino ก็มีข่าวดีมาแจ้งให้เกมเมอร์ทั้งหลายทราบ เมื่อทางอีเอสเอ (ESA — Entertainment Software Association หรือสมาคมซอฟต์แวร์เพื่อความบันเทิง) ผู้เป็นหัวเรือใหญ่ในการจัด E3 มาตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นไอดีเอสเอ (IDSA — Interactive Digital Software Association หรือสมาคมซอฟต์แวร์ดิจิทัลที่โต้ตอบกับผู้ใช้ได้) ก็ตัดสินใจที่จะพา E3 ประจำปี ค.ศ. 2021 กลับมาพบกับเกมเมอร์ทั้งหลายอีกครั้งบนแพลตฟอร์มออนไลน์!

รู้จักกับ E3

การเดินทางของ E3 นั้นสามารถแบ่งออกเป็นช่วงต่างๆ ได้ 4 ช่วง ดังนี้

ช่วงที่ 1: ค.ศ. 1995-2006 นับเป็นทศวรรษแห่งการถือกำเนิดและเติบโตของ E3 ที่แม้ไอเอสดีเอ (ซึ่งต่อมากลายเป็นอีเอสเอดังกล่าวไปข้างต้น) ในขณะนั้นจะไม่มั่นใจกับการจัดงานครั้งแรกในวันที่ 11-13 พฤษภาคม ค.ศ. 1995 เอาเสียเลย ทว่า เมื่อจบงานทั้ง 3 วัน พวกเขาก็พบว่ามีผู้ร่วมงานทั้งหมดมากกว่า 40,000 ราย และ E3 ก็ขึ้นแท่นเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการเกม

ช่วงที่ 2: ค.ศ. 2007-2008 มีรุ่งก็ต้องมีร่วง ช่วงเวลาสั้นๆ หลังจากไอเอสดีเอเปลี่ยนมาเป็นอีเอสเอ เหล่าผู้ผลิตและจัดจำหน่ายที่มาร่วมแสดงสินค้าในงานเริ่มมีความกังวลในเรื่องผู้เข้าชมบางส่วน (และเป็นสัดส่วนที่ใหญ่มาก) ที่มักจะเป็นบล็อกเกอร์และคนที่พวกเขาไม่นับว่ามีอาชีพอยู่ในวงการเกม ซึ่งผู้ชมกลุ่มนี้ทำให้เหล่าผู้ผลิตและจัดจำหน่ายไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีทั้งเกมเมอร์ ผู้ค้ารายย่อย และสื่อมวลชนได้มากเท่าที่ตั้งใจ แถมเหตุผลนี้เคยทำให้งานแสดงอื่นๆ ต้องปิดฉากตัวเองลงมาแล้วด้วย และนั่นทำให้ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรายใหญ่หลายรายถึงขั้นบอกกับอีเอสเอว่าพวกเขาจะถอนตัวจากงาน อีเอเอสเอจึงตัดสินใจเนิร์ฟ E3 ด้วยการปรับรูปแบบงานในปี ค.ศ. 2007 และ 2008 ให้อยู่ในรูปการประชุมสุดยอดด้านธุรกิจและสื่อ (Media and Business Summit) โดยงานในปี ค.ศ. 2007 และ ค.ศ. 2008 นั้นย้ายสถานที่จัดและจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมไว้ที่ 10,000 ราย และ 5,000 รายตามลำดับ และนั่นทำให้อีเอสเอถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักกับขนาดงานที่เล็กลงและการที่ผู้บริโภคได้รับโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมน้อยลง

Nintendo Switch

แหล่งที่มา: Erik Mclean on Unsplash

ช่วงที่ 3: ค.ศ. 2009-2015 หลังจากโดนถล่มหนักกับการตัดสินใจปรับขนาดงานให้เล็กลงตามแรงกดดันจากผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรายใหญ่ๆ อีเอสเอสร้างสมดุลระหว่างผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกับผู้บริโภคด้วยการพา E3 ประจำปี ค.ศ. 2009 หวนคืนสู่ศูนย์การประชุมกรุงลอสแอนเจลิส และคราวนี้มีผู้เข้าร่วมถึง 45,000 ราย โดยทั้งหมดนั้นเป็นผู้เข้าร่วมที่ได้รับเชิญจากอีเอสเอ และในปี ค.ศ. 2015 เมื่อการตลาดของวงการเกมไมได้จำกัดอยู่เพียงในหมู่ชุมชนนักพัฒนาเกมอาชีพอีกต่อไป แต่เติบโตได้ด้วยการพูดบอกต่อกันอย่างปากต่อปากของเหล่าเกมเมอร์ทั่วๆ ไปด้วย อีเอสเอเลยหาทางให้คนกลุ่มนี้เข้าร่วมใน E3 โดยนอกจากจำนวนผู้เข้าร่วมที่ได้รับเชิญตามปกติแล้ว อีเอสเอก็ยังมอบตั๋ว 5,000 ใบให้ผู้ผลิตและจัดจำหน่าไปแจกจ่ายแก่กลุ่มเกมเมอร์ที่เป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของการตลาดในวงการเกมด้วย

ช่วงที่ 4: ค.ศ. 2016-ปัจจุบัน นี่คือยุคที่ E3 กลับมาเติบโตอีกครั้งและเติบโตมากกว่าครั้งไหนๆ โดยมีจำนวนผู้เข้าชมมากขึ้นทุกปีและตั๋วที่จำหน่ายแก่สาธารณะเพื่อเข้าร่วมงานใน ค.ศ. 2018 ถึง 15,000 ใบก็ขายหมดเกลี้ยงจนทำให้งานในปีนั้นมีผู้ร่วมถึง 69,200 ราย นับเป็นจำนวนผู้เข้าร่วมที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่มีงาน E3 มา แต่ E3 ในยุคนี้ก็มาสะดุดเอาบ้างในปี ค.ศ. 2019 ที่ทางโซนี่ตัดสินใจไม่ร่วมงาน และผู้เข้าร่วมลดลงไปเหลือ 66,100 ราย ทว่านั่นก็ยังถือว่ามากกว่าจำนวนผู้เข้าร่วมในแต่ละครั้งของ 3 ยุคแรก และยังมากกว่าจำนวนผู้เข้าร่วมในงานครั้งแรกของยุคนี้ (50,300 ราย)

การงดจัดงานในปี ค.ศ. 2020

ค.ศ. 2020 อีเอสเอตั้งใจตีบวก E3 ในปีดังกล่าวด้วยการเพิ่มจำนวนตั๋วที่จำหน่ายแก่สาธารณะจำนวนมากถึง 25,000 ใบ รวมทั้งมีผู้ผลิตและจัดจำหน่ายจำนวนมากมายที่ตั้งใจให้มาร่วมงานกัน ไม่ว่าจะเป็น Microsoft, Nintendo, Ubisoft, Bethesda Softworks, Sega, Capcom, Square Enix, Take-Two Interactive, Bandai Namco Entertainment, Warner Bros. Interactive Entertainment, Devolver Digital แต่แล้วเอฟเฟกต์สถานะโควิด-19 ที่ทำเอาโดนดีบัฟกันทั่วโลกก็ส่งผลกระทบถึง E3 เข้าด้วย นั่นทำให้ E3 ประจำปี ค.ศ. 2020 ต้องยกเลิกไป เรียกว่าดับฝันการเลเวลอัปทั้งสำหรับอีเอสเอ เหล่าผู้ผลิตและจัดจำหน่าย รวมทั้งเกมเมอร์ทั้งหลายที่รอคอยมาร่วมงาน

ชุบทีมีใบ — E3 2021 ปลุกพลังเกมเมอร์อีกครั้งบนแพลตฟอร์มออนไลน์

ค.ศ. 2021 แม้โลกยังติดโควิดแต่อีเอสเอก็ตัดสินใจชุบชีวิต E3 ขึ้นมาอีกครั้งโดยอาศัยอินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มออกนไลน์ ที่นอกจากกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตของแทบทุกคนในทุกวันนี้แล้วยังเป็นเดอะแบกตัวสำคัญของตี้ต่างๆ มาตลอดปี 2021 ที่ทุกคนต่างโดนอัลติฯ ของโควิด-19 กันถ้วนหน้า และแทบไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ว่าจะเป็นกำลังสำคัญในอนาคตต่อไป บัดนี้จึงได้มีข่าวออกมาแล้วว่าอีเอสเอจะจัด E3 ประจำปี ค.ศ. 2021 นี้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยแม้จะยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่ารูปแบบของงานจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่พอจะรู้แล้วตอนนี้ก็คืองานจะมีขึ้นในวันที่ 12-15 มิถุนายน ค.ศ. 2021 และจะเปิดให้ทุกคนเข้าร่วมได้ฟรีบนช่องทางดิจิทัล! และถ้าเข้าไปดูที่เว็บไซต์ของ E3 ก็จะพบชื่อผู้เข้าร่วมและสนับสนุนที่มีชื่อเสียงในวงการเกมหลายรายด้วยกัน ได้แก่ Nintendo, XBOX, UBISOFT, T2, CAPCOM, KONAMI, WARNER BROS. GAMES, KOCH MEDIA และยังมีพันธมิตรด้านสื่ออีกมากมายหลายสำนัก

การงดจัดเมื่อปีที่แล้วทำให้มีการคาดการณ์กันไปว่า E3 อาจเดินทางมาถึงจุดจบ แต่ ณ จุดนี้ การกลับมาของ E3 2021 แบบดิจิทัลบนแพลตฟอร์มออนไลน์ก็กลายเป็นที่จับตาเหมือนกันว่า ในงานครั้งนี้ อีเอสเอจะสามารถปลุกเอามนตร์เสน่ห์ของงานแสดงเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกกลับมาอีกครั้งได้หรือไม่

การกลับมาครั้งนี้ของ E3 คงมาพร้อมการถ่ายทอดด้วยเทคโนโลยี 5 จีอย่างไม่ต้องสงสัย เทคโนโลแห่งยุคสมัยที่อะไรๆ ก็เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ดังที่เรียกว่าเป็นยุคของอินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง (Internet of Thing) และเจ้าเทคโนโลยีนี้ยังเป็นรากฐานให้กับสมาร์ทซิตี้แห่งแรกในไทยด้วย ดังที่คาสิโนออนไลน์ JackpotCity Casino จะพาไปพบในบทความบ้านฉาง ด้วยพลังแห่ง 5จี สมาร์ทซิตี้แห่งแรกกำลังจะเกิดขึ้นในไทย

AR คืออะไร? หมดยุคโทรหากันแล้ว